เคล็ดลับน่ารู้

โถสุขภัณฑ์ชิ้นเดียว vs โถสุขภัณฑ์สองชิ้น ต่างกันตรงไหน?

จะเลือกซื้อโถสุขภัณฑ์ แต่เลือกไม่ถูก ระหว่างโถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวและแบบสองชิ้น มันต่างกันตรงไหน? ควรเลือกแบบไหนดี ถึงจะตรงความต้องในการใช้งานของเรามากกว่ากัน BATHLINE จะช่วยเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณเอง โถสุขภัณฑ์ชิ้นเดียว เป็นแบบที่โถกับหม้อเก็บน้ำถูกหล่อขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกันไปเลย โถสุขภัณฑ์สองชิ้น ตัวโถกับหม้อเก็บน้ำแยกชิ้นกัน เวลาติดตั้งต้องติดตั้ง 2 ชิ้น ..แต่ข้อมูลแค่นี้ ก็ยังไม่สามารถทำให้ตัดสินใจได้ในทันที ว่าแบบไหนดี มาดูปัจจัยอื่น ๆ ให้ช่วยตัดสินใจได้มากขึ้นดีกว่า ขนาดและรูปทรงของโถสุขภัณฑ์ ควรเลือกโถสุขภัณฑ์ที่นั่งสบาย ที่มีความกว้าง และความสูงที่พอดี โดยมาตรฐานความสูงของโถสุขภัณฑ์ควรอยู่ที่ 16.5-17 นิ้ว จะทำให้คุณนั่งทำธุระได้อย่างสบาย ซึ่งความแตกต่างของโถสุขภัณฑ์ทั้ง 2 แบบ คือ โถสุขภัณฑ์ชิ้นเดียวมีขนาดที่เล็กกว่า และมีรูปทรงการออกแบบที่ทันสมัยกว่าแบบสองชิ้น โถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวส่วนมากจะไม่ค่อยสูง จึงเหมาะกับเด็กหรือผู้พิการ ในขณะที่โถสุขภัณฑ์แบบสองชิ้นจะค่อนข้างสูง เหมาะกับผู้ใหญ่หรือคนที่ตัวสูง ๆ มากกว่า ความแข็งแรง ทนทาน อายุการใช้งานของโถสุขภัณฑ์จะเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15 ปี แต่ถ้าจะให้เทียบระหว่างโถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวและแบบสองชิ้นแล้ว แบบชิ้นเดียวจะมีความแข็งแรง ทนทานกับการใช้งานมากกว่า การติดตั้ง โถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวติดตั้งง่ายกว่าแบบสองชิ้น เพราะไม่ต้องประกอบชิ้นส่วนให้ยุ่งยาก สามารถติดตั้งเองได้ หากมีคู่มือการติดตั้งแนบมาด้วย ก็สามารถทำตามขั้นตอนได้เลย การทำความสะอาด โถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวจะทำความสะอาดง่ายและทั่วถึงกว่า ส่วนโถสุขภัณฑ์แบบสองชิ้นจะทำความสะอาดยาก อาจจะทำความสะอาดไปไม่ทั่วถึงซอกมุมรอยต่อ ทำให้ยังคงมีคราบสิ่งสกปรก และเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้ ถ้าคุณเลือกโถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียว คุณก็จะหมดกังวลเรื่องการทำความสะอาดยากไปได้ ปัญหาและการซ่อมแซม โถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวไม่ค่อยมีปัญหาการรั่วซึม แต่ถ้าเกิดความเสียหาย แตก หัก พัง ขึ้นมาหาอะหลั่ยค่อนข้างยาก และต้องเปลี่ยนทั้งชิ้น และแน่นอนโถสุขภัณฑ์แบบสองชิ้น ใช้ไปนาน ๆ มักจะมีปัญหาการรั่วซึ่มตามรอยต่อ แต่การซ่อมแซมสามารถเปลี่ยนเฉพาะชิ้นได้ มาถึงตรงนี้ ขอปิดท้ายด้วยเรื่องของราคา โถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวจะมีราคาสูงกว่าแบบสองชิ้น ลองใช้ข้อมูลด้านบนคำนวนความคุ้มค่ากันดู ว่าโถสุขภัณฑ์แบบไหนกันแน่ที่เหมาะกับบ้านของคุณ สินค้าแนะนำ อ่านเพิ่มเติม Add to wishlist Quick View Add to wishlist สุขภัณฑ์ B-4837 สุขภัณฑ์ชิ้นเดียว รุ่น OSAKAWA 0 out of 5 หยิบใส่ตะกร้า Add to wishlist Quick View Add to...

Read more...

5 สัญญาณ ที่บอกว่าได้เวลารีโนเวทห้องน้ำเสียที

"ห้องน้ำ" คือสวรรค์ย่อมๆ ของสมาชิกทุกคนในบ้านก็ว่าได้ ลองหลับตาจินตนาการนึกถึงเวลาที่เรากลับจากที่ทำงานเหนื่อยๆ แล้วได้ปลดปล่อยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทั้งกายและใจไปกับการนอนทิ้งตัวแช่น้ำอุ่นๆในอ่างอาบน้ำ และตีฟองด้วยบับเบิ้ลบาธหอมๆ หรือได้สายน้ำชุ่มฉ่ำจากฝักบัวอาบน้ำที่บ้าน ชำระล้างเหงื่อไคลและความสกปรกที่อยู่กับเรามาตลอดทั้งวัน พร้อมเปิดเพลงโปรดคลอเบาๆ 1. คราบฝังแน่นในโถสุขภัณฑ์และกลิ่นไม่พึงประสงค์ คราบสกปรกที่ฝังแน่นอยู่ในโถสุขภัณฑ์อาจเกิดจากสิ่งสกปรกจากการขับถ่าย หรือคราบน้ำที่เกิดจากการสะสมของหินปูน นานวันเข้าจะเกิดเป็นคราบสีน้ำตาลฝังแน่นทำความสะอาดได้ยาก นอกจากจะสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้กับสมาชิกในบ้านแล้วยังทำให้แขกผู้มาเยือนกระอักกระอ่วนในการใช้งานเพราะขาดความมั่นใจในสุขอนามัยและความสะอาดของห้องน้ำและบ้านของคุณ คราบสกปรกที่ว่านี้หลายๆคนคงพอจะมีประสบการณ์ว่าหากทิ้งไว้นานวันเข้าจะออกแรงขัดถูขนาดไหนก็ไม่สามารถที่จะกำจัดคราบเหล่านี้ได้ ส่วนเรื่องกลิ่นหากเป็นแค่กลิ่นผิวเผินจากห้องน้ำที่ไม่สะอาด แก้ง่ายด้วยการทำความสะอาดให้บ่อยครั้งขึ้น แล้วใช้เครื่องหอมปรับอากาศประเภท aroma diffuser ก็หอมนานดี แต่หากมาจากท่อน้ำทิ้งหรืองานระบบ แนะนำให้เรียกช่างมาแก้ไขด่วน ทิ้งไว้นานกลิ่นไม่พึงประสงค์อาจคลุ้งไปทั้งบ้านได้ 2. วัสดุที่ใช้เสื่อมสภาพ ถ้าต้องเกร็งเท้าทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ ไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ วันไหนที่เผลอ อาจลื่นล้มได้ วัสดุกรุพื้นผิวในห้องน้ำแน่นอนว่าควรเลือกแบบที่มีเทคเจอร์หรือมีสารเคลือบผิวกันลื่น แต่หากใช้ไปเป็นเวลานานๆอาจเสื่อมสภาพจนพื้นผิวลอกร่อน ลื่นจนอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ หากยังไม่วิกฤตมาก ลองซื้อน้ำยาทากันลื่นมาทาเคลือบผิวไว้ก่อน อายุการใช้งานประมาณ 5-6 เดือนแล้วทาทับใหม่ได้ แต่ถ้าทาแล้วก็ยังลื่นอยู่ดี เห็นทีคงถึงเวลาต้องเปลี่ยนยกพื้นแล้วละ 3. พื้นที่ใช้งานไม่เหมาะสม ถ้ารู้สึกว่าเข้าห้องน้ำแล้วอึดอัด นั่นหมายถึงพื้นที่ไม่เหมาะสม อาจผิดพลาดตั้งแต่เริ่มต้นวางแปลนบ้าน ทำให้เกิดการใช้งานที่ไม่สะดวก พื้นที่อาจจะน้อยเกินไป แบ่งส่วนพื้นที่การใช้ห้องน้ำได้ไม่พอดีกับจำนวนคน ของใช้ต่างๆมากองรวมอยู่ที่พื้นเพราะไม่มีที่จัดเก็บของใช้ในห้องน้ำเลย และเรื่องง่ายๆที่หากพื้นที่จำกัดเกินไปจนทำให้ไม่สามารถแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกกับส่วนแห้งได้ ห้องน้ำแบบนี้อาจไม่ตอบโจทย์การใช้งานที่ดี เพราะหากเข้าไปแล้ว ทั้งอ่างล้างหน้า ชักโครกและฝักบัววางเรียงกันเป็นแถว อาบน้ำแต่ละทีเปียกมาจนถึงอ่างล้างหน้า ก็ไม่น่าจะสะดวกผู้ใช้งานเท่าไหร่นัก สำคัญที่สุด คืออาจก่อให้เกิดอันตรายตามมาได้ 4.แสงที่ส่องไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟหรือแสงธรรมชาติ เป็นสิ่งจำเป็นในห้องน้ำ ห้องน้ำควรมีแสงไฟที่มากพอจนไม่เกิดอันตราย แต่ก็ไม่ควรมากเกินไปจนไม่เกิดความงาม เลือกใช้ไฟสว่างเฉพาะจุดมาช่วย ทั้งแสงจากโคมไฟติดผนัง เลือกติดตั้งให้ระยะพอดีแบบที่แสงไม่ตกกระทบจนส่องกระจกแล้วหน้าเทาๆหรือแสงดำพาดผ่าน เลือกแสงสีขาวที่ไม่จ้าจนเกินไปจะสะดวกใจสำหรับสาวๆในการแต่งหน้า ส่วนแสงธรรมชาติควรออกแบบช่องแสงให้แสงผ่านเข้ามาได้ เพื่อช่วยถ่ายเทอากาศและลดการเกิดกลิ่นอับและเชื้อราในห้องได้ด้วย 5.อากาศถ่ายเท ไม่สะดวก ความรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเวลาเข้าห้องน้ำ อาจจะไม่ใช่แค่เพราะกลิ่นไม่พึงประสงค์ แต่เป็นเพราะระบายอากาศไม่ดี คงทำให้ใช้เวลาในห้องน้ำได้ไม่นาน พัดลมระบายอากาศเป็นสิ่งจำเป็น เพราะช่วยระบายอากาศออกไปได้ รวมถึงช่องหน้าต่างแบบบานกระทุ้ง สำหรับเปิดให้ลมเข้าได้อีกทาง ก็ช่วยทำให้ห้องน้ำไม่ร้อนอบ และยังลดปัญหากลิ่นอับชื้นในห้องน้ำได้ในตัว

Read more...

กระจกนิรภัยเทมเปอร์ (Tempered Glass) กับคุณสมบัติที่ควรรู้ก่อนนำไปใช้งาน

กระจกนิรภัยเทมเปอร์ (Tempered Glass หรือ T/P ) หรือที่เรียกทั่วไปว่ากระจกอบเป็นกระจกที่นิยมใช้เป็นกระจกนิรภัย เพราะเมื่อกระจกเทมเปอร์แตกมันจะแตกเป็นเกล็ดเล็ก ๆ คล้ายเม็ดข้าวโพดและไม่มีคมจึงเกิดอันตรายน้อย ซึ่งต่างจากการแตกของกระจกธรรมดาที่แตกเป็นเสี่ยง จึงแหลมคมทำให้เป็นอันตรายมากกว่า นอกจากนี้กระจกเทมเปอร์ยังแข็งกว่ากระจกธรรมดาหลายเท่า Raw material  ส่วนผสมการผลิตกระจกนิรภัยเทมเปอร์ (Tempered Glass) กระจกนิรภัยเทมเปอร์ (Tempered Glass) คือการนำกระจกธรรมดาไปผ่านกระบวนการอบที่ความร้อนสูงประมาณ 650 องศาเซลเซียส แล้วนำมาเป่าด้วยลมแรงดันสูงให้เย็นตัวลงทันที เพื่อให้กระจกเกิดความแข็งแกร่งกว่าเดิม 3-5 เท่า ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และมีความปลอดภัยมากขึ้น ในกรณีที่กระจกเทมเปอร์เกิดการแตกหัก จะแตกออกเป็นเม็ดคล้ายเม็ดข้าวโพด ซึ่งมีความแหลมคมไม่มาก ทำให้มีโอกาสเกิดอันตรายน้อยกว่ากระจกธรรมดา เหมาะสำหรับงานที่มีความเสี่ยงต่อการแตกร้าวและต้องการความปลอดภัยที่เกิดจากกระจกแตกร้าว (safety)   กระบวนการผลิตกระจกนิรภัยเทมเปอร์ เริ่มด้วยการนำกระจกธรรมดาอบด้วยความร้อนจนมีความร้อนประมาณ 650ºC แล้วเป่าด้วยลมให้เย็นลงอย่างรวดเร็วทันที ผิวนอกของกระจกจะแข็งก่อนกระจกที่อยู่ภายใน ทำให้เกิดความแตกต่างของการเรียงตัวของโมเลกุลกระจก และเกิดความเครียดในเนื้อกระจก ผลของความเครียดนี้ทำให้เกิดเส้นแรงสองชนิด โดยชนิดแรกเป็นเส้นแรงที่ล้อมรอบกระจกทั้งแผ่น ชนิดที่สองเป็นแรงภายในเนื้อกระจกที่ดันออกภายนอก ทำให้กระจกมีคุณสมบัติพิเศษดังกล่าว   กระจกที่สามารถนำมาผลิตเป็นกระจกนิรภัยเทมเปอร์คือกระจกแผ่นเรียบเกือบทุกชนิดไม่ว่ากระจกนั้นจะผลิตด้วยกระบวนการเพลท(Plate Process) ชีท(Sheet Process) หรือโฟลท(Float Process) แต่กระจกนั้นต้องมีส่วนประกอบของวัตถุดิบที่เหมาะสม เช่น ไม่มีส่วนประกอบของแร่เงินมากเกินไป เป็นต้น กระจกที่ผลิตจากกระบวนการดังกล่าวมีทั้ง กระจกใส(Clear Glass) กระจกใสพิเศษ(Super Clear Glass) กระจกทิ้น(Tinted Glass) เช่น กระจกสีชาอ่อน(Grey Tinted Glass) กระจกสีชาเข้ม(Dark Grey Tinted Glass) กระจกสีเขียว(Green Tinted Glass) กระจกสีบรอนซ์(Bronze Tinted Glass) กระจกสีฟ้า(Blue Tinted Glass) เป็นต้น สำหรับกระจกลวดลาย(Pattern...

Read more...

แยกส่วนเปียกส่วนแห้งด้วยฉากกั้นอาบน้ำ

แยกส่วนเปียกส่วนแห้งด้วยฉากกั้นอาบน้ำ โดยทั่วไปแล้ว พื้นห้องน้ำที่เปียกน้ำอยู่เป็นประจำคือ ส่วนอาบน้ำหรืออาบน้ำฝักบัว แต่ส่วนอื่นๆ ไม่ควรจะเปียกน้ำไปด้วย ดังนั้น ในการออกแบบเราจึงควรคำนึงถึงการแบ่งส่วนเปียกออกจากส่วนแห้ง เพื่อให้ห้องน้ำมีพื้นที่ใช้สอยเป็นสัดส่วน ดูสะอาดตา น่าใช้ ป้องกันอันตรายจากการลื่นหกล้มเพราะคราบน้ำ และคราบสบู่ อีกทั้งยังช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่าย การแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกออกจากส่วนแห้งนั้น แต่เดิมมักนิยมใช้ม่านอาบน้ำพลาสติก เพราะมีราคาประหยัด ติดตั้งง่าย แต่ข้อเสียของม่านพลาสติก คือ อับชื้นและเป็นราได้ง่าย ทางเลือกอีกอย่างหนึ่งในการแยกส่วนเปียกส่วนแห้ง ที่นิยมกันในปัจจุบันก็ คือการติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำ หรือบานประตูอาบน้ำ ซึ่งมีรูปแบบที่สวยงามกว่า ใช้งานได้สะดวก และสามารถดูแลทำความสะอาดได้ง่ายกว่า ปัจจุบัน ฉากกั้นอาบน้ำมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ ทั้งแบบบานเลื่อนที่ใช้ระบบแม่เหล็ก แบบบานสวิงซึ่งมีทั้งบานสวิงคู่และบานสวิงเดี่ยวที่ช่วยประหยัดพื้นที่ในการติดตั้งและเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าออก สามารถติดตั้งได้ทั้งบนถาดรองอาบน้ำ หรือบนพื้นห้องน้ำที่กั้นยกขอบสูงขึ้นมา หรือเล่นระดับต่ำลงก็ได้ หรือแบบที่ใช้ติดตั้งบนขอบอ่างอาบน้ำสำหรับผู้ที่ชอบการพักผ่อนสบายๆ ในอ่างอาบน้ำ รูปแบบของฉากกั้นอาบน้ำ มีดีไซน์ให้เลือกตามความเหมาะสมของพื้นที่ของห้องน้ำ อย่างเช่น แบบโค้งเข้ามุม เข้ามุมสี่เหลี่ยม หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วนตัวบานจะมีวัสดุให้เลือกทั้งอะครีลิคคุณภาพสูง และวัสดุที่กรอบเป็นอลูมิเนียม และ พีวีซี นอกจากนี้ยังมีแบบกระจกนิรภัยที่เพิ่มความหรูหราและปลอดภัยให้กับห้องน้ำได้ยิ่งขึ้น ในการเลือกฉากกั้นอาบน้ำ มีหลักการง่ายๆ ก็คือ แบบบานเลื่อนที่ใช้ระบบแถบแม่เหล็ก ควรเลือกโครงสร้างที่มีคุณภาพไม่เป็นสนิม ช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่าย ตัวแถบแม่เหล็กต้องมีแรงดึงดูดแนบสนิท จนน้ำไม่สามารถซึมผ่านได้ขณะใช้งาน นอกจากนั้น ล้อเลื่อนควรผลิตจากสเตนเลสที่ไม่เป็นสนิม สามารถเปิดปิดได้อย่างราบรื่น และไม่เกิดเสียงรบกวน ในการใช้งานนั้น ควรหมั่นทำความสะอาดบริเวณรางของประตู หรือช่องบานพับอยู่เสมอๆ เพราะน้ำสบู่จะเข้าไปเก็บสะสม อยู่ในร่อง ทำให้บริเวณพื้นที่ส่วนอาบน้ำแลดูสกปรกด้วยคราบน้ำคราบสบู่ ทำให้ห้องน้ำหรูของคุณ ดูด้อยความงามไปอย่างน่าเสียดาย สำหรับวิธีทำความสะอาด หลังการใช้งาน ควรทำความสะอาดด้วยผ้านุ่มหรือฟองน้ำชุบน้ำสบู่เช็ด แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง จากนั้นเช็ดให้แห้ง สำหรับบานที่ทำจากอะคริลิก ให้ทำความสะอาดทุกสัปดาห์ โดยใช้น้ำยาเช็ดกระจกพวก windex (หรือน้ำยาที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียเช็ดทำความสะอาด) ห้ามใช้น้ำยาล้างห้องน้ำ หรือ ผงขัดห้องน้ำ เพราะจะทำให้ผิวของอะคริลิกเสียหาย

Read more...

7 ขั้นตอนการแก้ปัญหาน้ำเข้าโถสุขภัณฑ์ช้า

ปัญหาน้ำไหลเข้าหม้อพักน้ำช้า สาเหตุหลักมักเกิดจากมีเศษสิ่งสกปรกอุดตันที่ชุดตัวกรองน้ำเข้าโถสุขภัณฑ์ ขอแนะนำวิธีแก้ไข ด้วยการถอดตัวกรองน้ำเข้าโถสุขภัณฑ์มาทำความสะอาด ลองดูเทคนิคง่ายๆ ปิดวาล์วน้ำ ถอดสายน้ำดีออก นำคีมปากแหลม คีบตัวกรองน้ำดีซึ่งอยู่ทางด้านล้างออกมา ขั้นตอนต่อไปนำตัวกรองไปล้างหรือใช้แปรงขนอ่อนขัดทำความสะอาด หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้วก็นำตัวกรองไปประกอบใส่เหมือนเดิม ใส่สายน้ำดีเข้า เปิดวาล์วน้ำ

Read more...

3 ขั้นตอนในการเลือกฝารองนั่ง

ขั้นตอนง่ายๆ เพียง 3 เช็ค  จะช่วยให้คุณเลือกฝารองนั่งที่เหมาะกับโถสุขภัณฑ์ของคุณ วัดระยะห่างระหว่างรูยึดฝารรองนั่งที่โถของคุณ (หน่วยเป็น มม.) วัดความยาวจากรูยึดฝาถึงหน้าโถ วัดความกว้างของโถนำมาเทียบกับขนาดของฝาแต่ละรุ่น

Read more...

วิธีเลือกซื้อชักโครก เลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ชักโครก เลือกซื้ออย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกซื้อชักโครกและรุ่นชักโครกต่าง ๆ มาฝากกันค่ะ หลังจากกระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้ชักโครกแทนส้วมแบบราบ หรือส้วมนั่งยอง หรือส้วมซึม เพื่อป้องกันข้อเข่าเสื่อม เลยขอนำวิธีเลือกซื้อชักโครกที่เหมาะสมกับการใช้งาน และชักโครกรุ่นต่าง ๆ มาให้ศึกษาไว้เป็นข้อมูลก่อนตัดสินใจ เผื่อใครกำลังจะหาซื้อชักโครกแทนส้วมนั่งยองแบบเดิมอยู่พอดี ความสูง ระดับความสูงของโถชักโครกมีผลต่อความสบายตอนนั่ง มาตรฐานความสูงจากพื้นถึงโถนั่งของชักโครกอยู่ที่ 14-17 นิ้ว ห้องน้ำเด็กแนะนำให้ใช้ความสูง 14 นิ้ว สำหรับห้องน้ำมาตรฐานแนะนำแบบ 17 นิ้ว เพราะถ้าใช้ขนาดที่เล็กกว่านี้อาจเกิดอาการปวดเมื่อยเวลานั่งได้ รูปทรง ชักโครกในปัจจุบันมีสองแบบ คือ แบบกลมและแบบวงรี ถ้าเน้นความสบายตอนนั่งให้เลือกแบบวงรี แต่ถ้าต้องการประหยัดพื้นที่แบบกลมจะเหมาะกว่า แบบชักโครก ชักโครกมี 2 แบบด้วยกันคือ แบบโถชิ้นเดียว ชักโครกแบบนี้ตัวโถกับหม้อเก็บน้ำจะถูกหลอมขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกัน รูปทรงจะกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ส่วนชักโครกแบบสองชิ้น จะมีตัวโถกับหม้อเก็บน้ำแยกชิ้นกัน เวลาติดตั้งต้องติดตั้ง 2 ชิ้น นอกจากนี้แล้วชักโครกทั้ง 2 แบบยังมีข้อดี-ข้อเสียต่างกันดังนี้ - ชักโครกแบบชิ้นเดียว : จะมีรูปทรงสวย ติดตั้งง่ายไม่ต้องประกอบชิ้นส่วน ทำความสะอาดง่ายทั่วถึง น้ำไม่รั่วเมื่อใช้ไปนาน ๆ ระบบชำระทำงานเงียบ ส่วนข้อเสียจะมีราคาสูงกว่าแบบสองชิ้นและเมื่อชำรุด พัง แตก หัก ต้องเปลี่ยนทั้งชิ้น - ชักโครกแบบ 2 ชิ้น : ข้อดีของโถแบบสองชิ้นคือ มีราคาจะถูกกว่าแบบชิ้นเดียวมาก เวลาชำรุด ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ข้อเสียคือทำความสะอาดยาก มักจะมีคราบหรือสิ่งสกปรก เชื้อโรค ตกค้างอยู่ตามซอกมุมรอยต่อ ระบบชำระทำงานเสียงดัง ติดตั้งหลายขั้นตอนมากกว่าแบบชิ้นเดียว   การทำความสะอาด ถ้าต้องการให้ง่ายต่อการทำความสะอาด แนะนำให้เลือกแบบที่มีผิวสุขภัณฑ์มันวาว...

Read more...